รวมสูตรขนมยอดฮิตติดชาร์ต

4998
ขนม ยอดฮิตติดชาร์ต

รวมสูตรขนมยอดฮิตติดชาร์ต – ประเด็นหลัก

วันนี้ Parpaikin มีสูตรขนมหวานยอดฮิตมาเอาใจสาวๆ บอกเลยว่าเป็นเมนู ขนม ขึ้นชื่อที่เรามักเห็นตามห้างสรรพสินค้ากันอยู่เสมอ ถ้าจะให้ซื้อกินทุกวันก็คงไม่ไหว งั้นเปลี่ยนมาเอาสูตรจากเราไปทำแทนดีกว่าค่ะ

ขึ้นชื่อว่า ขนมหวาน แน่นอนว่าต้องเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสาวๆ อย่างเราใช่ไหมคะ วันนี้ Parpaikin จึงอยากขอเอาใจเหล่าแม่บ้านกันสักนิด ด้วยสูตรการทำขนมขึ้นชื่อยอดฮิต ที่เรามักไปต่อคิวที่ห้างสรรพสินค้ากันอยู่เป็นประจำ จะมีเมนู ขนม อะไรบ้าง และมีขั้นตอนการทำยากง่ายแค่ไหน เราไปดูกันเลยค่ะ

ขนม บิงซู

1.บิงซู

ส่วนผสม

  • นมสดรสจืด 1 กล่อง
  • นมข้นหวาน 1 กระป๋อง
  • ไอศกรีมรสนม 1 ถ้วย
  • ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น สตรอว์เบอร์รี กีวี
  • ถุงซิปล็อก

บิงซู ขนม แนวใหม่สไตล์เกาหลี ไม่ว่าจะกินกี่ทีก็เย็นชื่นใจทุกครั้ง รสชาติหวานนุ่ม ละมุนลิ้น กินคู่กับผลไม้รสชาติหวานอมเปรี้ยวด้วยแล้วละก็ ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ แต่จะให้ไปนั่งกินที่ร้านบ่อยๆ เห็นทีก็คงจะไม่ไหวใช่ไหมคะ เราเลยนำวิธีทำง่ายๆ มาฝากกันค่ะ เพียงแค่ใช้ตู้เย็นที่บ้านก็ทำกินได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวยาวๆ จะมีวิธีการทำอย่างไรบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ

วิธีทำ

1.เทนมรสจืดใส่ชาม ตามด้วยนมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้เข้ากัน

2.นำส่วนผสมที่ได้เทใส่ถุงซิปล็อก จากนั้นจับถุงวางแนวนอน ค่อยๆ ไล่ฟองอากาศออกให้หมด เพื่อให้นมกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเร็วขึ้น แล้วปิดถุงซิปล็อกให้สนิท นำเข้าช่องฟรีซ 3 ชั่วโมง โดยวางถุงในแนวราบ

3.ระหว่างรอเรามาทำผลไม้ไว้กินคู่กับบิงซูกันต่อเลยค่ะ หั่นสตรอว์เบอร์รี และกีวีเป็นชิ้นบางๆ เรียงใส่ชามให้สวยงามเตรียมไว้ เมื่อนมที่แช่เริ่มแข็งตัว ให้นำออกมาทุบจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นำกลับไปแช่ต่ออีกประมาณ 10 นาที ครบกำหนดเวลานำออกมาเทใส่ชาม ทำให้พูนสวย วางผลไม้ไว้ด้านบน ตักไอศกรีมรสนมโปะไว้ด้านบนอีกครั้ง ราดนมข้นหวาน เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จค่ะ

ขนม ฮันนี่โทสต์

2.ฮันนี่โทสต์

ส่วนผสม

  • ขนมปังปอนด์
  • สตรอว์เบอร์รี
  • กีวี
  • เนยสดชนิดเค็ม
  • ไอศกรีม
  • น้ำผึ้ง

ฮันนี่โทสต์ เมนูฮอตฮิตตลอดกาลที่สาวทุกวัยกินได้ไม่มีเบื่อ ขนมปังชิ้นหนานุ่มผ่าเป็นช่อง ทาเนย ราดน้ำผึ้ง ท็อปด้วยไอศกรีมวานิลลา เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้รสเปรี้ยวที่เข้ากันได้อย่างลงตัว หากใครอยากลองทำกินเองที่บ้าน ลองมาดูขั้นตอนกันเลยค่ะ

วิธีทำ

1.ก่อนอื่นให้นำสตรอว์เบอร์รี และกีวีสไลซ์บางส่วนไปเชื่อมเสียก่อนค่ะ เพื่อใช้ตัดความหวานของไอศกรีม และน้ำผึ้งที่ใช้ราดขนมปัง จากนั้นนำผลไม้สดที่ไม่ได้เชื่อมมาจัดตกแต่งรอไว้บนจาน

2.หั่นขนมปังปอนด์ออกเป็นชิ้น และหั่นเป็นช่องๆ ทาเนยลงบนขนม นำไปอบจนหอมและกรอบ นำออกจากเตา ตักไอศกรีมวางบนขนมปัง แต่งหน้าด้วยผลไม้ที่เตรียมไว้ ราดน้ำผึ้งด้านบนให้ชุ่มพร้อมเสิร์ฟค่ะ

3.ขนมโตเกียว

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 60 กรัม
  • เบกกิ้งโซดา1 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย(เล็กน้อย)
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำเปล่า (หรือน้ำปูนใส)
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ไส้กรอกและไส้หมูสับ 

  • เนื้อหมูสับ 1 ถ้วย
  • รากผักชี½  ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม ½ ช้อนโต๊ะ
  • ไส้กรอก (ตามชอบ)

ขนมโตเกียวหนึ่งในขนมยอดฮิต แถมยังเป็นของโปรดของทุกช่วงวัยไม่ว่าจะเป็นไส้หมูสับมีไส้กรอก ปูอัดอยู่ข้างในใส่ซอส หรือจะเป็นโตเกียวใส่ไข่ และไส้ครีม ทุกอย่างล้วนให้นึกถึงภาพบรรยากาศที่เราไปต่อคิวซื้อเจ้าโตเกียวนี้ที่หน้าโรงเรียนเสมอๆ วันนี้เราเลยขอพาทุกคนย้อนวันวาน มาแจกสูตรโตเกียวแป้งนุ่ม ไส้อร่อยกันสักหน่อยดีกว่าค่ะ มาดูวิธีทำกัน

วิธีทำ

1.ผสมผงฟู เบกกิ้งโซดา แป้งสาลีอเนกประสงค์ และน้ำตาลทรายให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำผึ้ง น้ำเปล่า และตอกไข่ไก่ใส่ลงไป คนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วพักไว้

2.นำไส้กรอกลงไปผัดในกระทะให้สุก ตักพักไว้

3.ผัดส่วนผสมไส้หมูสับ เริ่มจากโขลกผักชี และกระเทียมสับให้เข้ากัน นำลงผัดในกระทะ ตามด้วยหมูสับ ผัดจนหมูสุกและหอม ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม เคล้าเครื่องปรุงให้เข้ากับหมูสับอีกครั้ง ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้

4.มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ เป็นการทอดขนมโตเกียว ให้นำกระทะเทฟลอนตั้งไฟอ่อนๆ ตักแป้งที่พักไว้หยอดลงในกระทะ ละเลงแป้งให้เป็นแผ่นวงรี หากสังเกตเห็นว่าแป้งขึ้นขอบสีน้ำตาลแล้ว ให้นำหมูสับ และไส้กรอกที่เตรียมไว้ข้างต้นวางลงบนแป้ง ม้วนให้สวยงาม เป็นอันพร้อมรับประทานแล้วค่ะ

ขนม บลูเบอร์รีชีสพาย

4.บลูเบอร์รีชีสพาย  

ส่วนผสม แป้งพาย 

  • ขนมปังกรอบบด หรือแครกเกอร์ละเอียด 1½ ถ้วย
  • น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • เนยสดละลาย 1 ถ้วย

ส่วนผสม ครีมชีส

  • เจลาติน 2 แผ่น
  • น้ำเย็น (สำหรับแช่เจลาติน)
  • น้ำอุ่น (สำหรับละลายเจลาติน)
  • วิปครีมชนิดจืด 75 กรัม
  • นมสด 25 กรัม
  • ครีมชีส 100 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • บลูเบอร์รีกวนสำเร็จรูป (สำหรับราดหน้าพาย)

อีกหนึ่งเมนูเบเกอรี่สุดฮิต ที่สาวๆ เห็นเป็นต้องน้ำลายไหล ฐานของขนมทำจากแครกเกอร์บดละเอียด ราดหน้าด้วยซอสบลูเบอร์รีฉ่ำๆ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ตัดกับครีมชีสรสหวานหอม เนียนนุ่ม ไม่ว่าจะกินเท่าไรก็อร่อยไม่เลี่ยน บอกเลยว่าสูตรที่เรานำมาฝากในวันนี้อร่อยไม่แพ้ที่ร้านแน่นอนค่ะ

วิธีทำ

1.อันดับแรกให้ผสมแครกเกอร์บดเข้ากับน้ำตาลไอซิ่ง จากนั้นเทเนยละลายลงไปคนผสมให้เข้ากัน นำไปกรุลงพิมพ์ให้มีความหนาประมาณ 1 เซนติเมตร แช่ตู้เย็นรอไว้

2.ขั้นตอนต่อมาเรามาทำตัวครีมชีสกันค่ะ นำเจลาตินแช่น้ำเย็นจนนิ่ม จากนั้นนำไปละลายด้วยน้ำอุ่นเตรียมไว้

3.เตรียมภาชนะสำหรับผสม ใส่วิปครีม นมสด ตีให้เข้ากัน นำครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งผสมให้เข้ากันในหม้อ นำไปตั้งไฟตุ๋น หมั่นคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วยกลง ใส่น้ำมะนาว ส่วนผสมวิปครีม และ    เจลาตินที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากันค่ะ

4.เทส่วนผสมที่ได้เป็นครีมชีสลงในพิมพ์ที่กรุด้วยแครกเกอร์ นำไปแช่ตู้เย็นไว้ 5 นาทีให้เซ็ตตัว จากนั้นราดหน้าด้วยซอสบลูเบอร์รีกวน

ขนม มาการง

5.มาการง

ส่วนผสม

  • อัลมอนด์ป่น 125 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
  • สีผสมอาหารชนิดผง สีแดง 1/4 ช้อนชา
  • ไข่ขาว 55 กรัม (ส่วนที่ 1)
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • ไข่ขาว 55 กรัม (ส่วนที่ 2)

ส่วนผสมไส้

  • ชีส Mascarpone 4 ออนซ์
  • วิปปิ้งครีม 4 ออนซ์
  • น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
  • วานิลลา 1 ช้อนชา
  • ราสป์เบอร์รี½ ถ้วย

ขนมสัญชาติฝรั่งเศส สีสันสดใส หวานนุ่ม ละมุนลิ้นทุกคำที่ได้สัมผัส ครั้นจะซื้อตามร้านในห้างสรรพสินค้าก็ราคาค่อนข้างสูงจนน่าตก ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อเป็นการเอาใจเพื่อนๆ ทุกคนที่ชอบกินขนมเป็นชีวิตจิตใจ วันนี้เรามีสูตรการทำมาการงแสนอร่อยมาฝากกันค่ะ รับรองว่าง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยแน่นอนจ้า

วิธีทำ

1.ก่อนอื่นนำอัลมอนด์บด และน้ำตาลไอซิ่งมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่สีผสมอาหาร ตามด้วยไข่ขาวส่วนที่ 1 คนผสมทุกอย่างให้เข้ากันอีกครั้งแล้วพักไว้

2.เริ่มทำเมอแร็งก์ไข่ขาวกันต่อเลยค่ะ เริ่มจากตีไข่ขาวจนขึ้นฟองหยาบ ค่อยๆ ใส่น้ำตาลลงไป ตีจนตั้งยอด นำเมอแร็งก์ที่ได้ทยอยใส่รวมกับส่วนผสมอัลมอนด์สีแดงที่เตรียมไว้ พร้อมตะล่อมคนผสมให้เข้ากัน ทำไปเรื่อยๆ จนส่วนเมอแร็งก์ไข่ขาวหมด

3.เสร็จแล้วตักใส่ถุงบีบ เพื่อใช้บีบเป็นฝาบนแผ่นรองอบ ขณะบีบให้นับเลข 1-3 ในใจด้วยก็ได้ค่ะ ฝาจะได้มีเท่ากัน เมื่อบีบเสร็จแล้วให้นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 135 องศาเซลเซียส ประมาณ 14 นาที แล้วนำออกมาพักไว้บนตะแกรงให้เย็น และเซ็ตตัว

4.ต่อมาเป็นการทำไส้ ให้ตีส่วนผสมชีส Mascarpone วิปปิ้งครีม และราสป์เบอร์รีส่วนหนึ่งจากทั้งหมด จากนั้นตีให้เข้ากันจนตั้งยอดอ่อน ใส่น้ำตาลไอซิ่งและวานิลลาลงไป ตีผสมอีกครั้งจนตั้งยอดแข็ง ใส่ราสป์เบอร์รีที่เหลือ ตีส่วนผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ เท่านี้ก็พร้อมประกอบร่างเป็นมาการองเตรียมเสิร์ฟแล้วค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็คือเหล่า ขนม ที่เราได้รวบรวมนำมาฝากผู้ที่ชื่นชอบการกินของหวานเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ต้องไปเสียเวลายืนต่อคิวยืนรอกันเกือบชั่วโมงให้เมื่อยขา กว่าจะได้กินก็หมดอารมณ์ของช่วงเวลาอันแสนอร่อยไปแล้วค่ะ ครั้งต่อไปเราจะหาเมนูน่ารักๆ อะไรมาอีก อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

นามปากกา เรด้าห์

เป็นเรด้าห์ที่คอยติดตามเรื่องกินเรื่องเที่ยวชอบเสาะแสวงหา สถานที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ปัญหาสำคัญนั่นก็คือ !! ถึงจะเป็นนักเขียน เรื่องเที่ยวก็ทำให้น้ำหนักไม่ค่อยจะลดลงซะที