มาป้องกันอาหารเป็นพิษกันดีกว่า

413
อาหารเป็นพิษcover

ประเด็นหลัก
• อาหารเป็นพิษเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมักเกิดกับผู้ที่ทานอาหาร หรือล้างมือไม่สะอาด ทำให้อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ บางคนถึงขั้นเสียชีวิต เพราะร่างกายขาดน้ำมาก


อาหารเป็นพิษ1

จู๊ด จู๊ด เสียงท้องร้อง จู๊ด จู๊ด ต้องวิ่งหาห้องน้ำ ทวารทั้ง 5 แทบเปิดออกหมด ทั้งบน ทั้งล่าง (ท้องเสียและอ้วกนะคะไม่ใช่หวยใต้ดิน) ไม่รู้ทานอะไรผิดสำแดงมา ต้องเป็นอาหารเป็นพิษแน่ๆ แต่ทว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร ทำไมเราถึงเป็นได้ แล้วจะป้องกันยังไงไม่ให้เป็นอีกครั้ง พูดเลยว่าครั้งเดียวก็เกินพอที่ร่างกายจะรับไหวแล้ว เรามาดูสาเหตุการเกิดโรคกันดีกว่าค่ะ

สาเหตุการเกิดโรคอาหารเป็นพิษ

มักเกิดจากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย รองลงมาคือ เชื้อไวรัส นอกจากนี้ที่อาจพบได้บ้าง คือ การปนเปื้อนปรสิต เช่น อะมีบา (Amoeba) ส่วนการปนเปื้อนสารพิษอื่นๆ (สารเคมี พืชพิษ สัตว์พิษ) ที่ไม่ใช่จากเชื้อโรค ที่พบได้บ่อยคือ เห็ดพิษ อาหารทะเล สารหนู สารตะกั่ว เป็นต้น เชื้อโรคหลายชนิดสามารถปล่อยพิษ (Toxin) ออกมาปนเปื้อนอยู่ในอาหารต่างๆ ได้ เช่น น้ำดื่ม เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ อาหารทะเล ข้าว ขนมปัง เนย นม ผลิตภัณฑ์จากนม ผักและผลไม้ สลัด เป็นต้น

เมื่อรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษดังกล่าวเข้าไป ก็จะทำให้เกิดอาการตามมาได้ (เชื้อโรคบางชนิดจะปล่อยพิษหลังจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอาหารเข้าไปแบ่งตัวเจริญเติบโตในทางเดินอาหาร แล้วผลิตพิษออกมาทำให้เกิดอาการ) และแม้จะรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป สามารถทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน เพราะมีสารพิษอยู่อีกหลายชนิดที่สามารถทนต่อความร้อนได้นั่นเอง

อาหารเป็นพิษ2

กลไกการเกิดอาหารเป็นพิษ

1. Non-inflammatory type
เป็นกลไกที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียแต่ไม่รุนแรง เชื้อจะก่ออาการเฉพาะกับเยื่อเมือกบุลำไส้เล็กเท่านั้น ไม่รุกรานไปทั่วร่างกาย ดังนั้น อาการส่วนใหญ่จึงเป็นอาการถ่ายเป็นน้ำ โดยไม่ถ่ายเป็นมูก หรือเป็นเลือด และมีอาการปวดท้องไม่มาก แต่จะทำให้ร่างกายขาดน้ำมาก และไม่ค่อยมีอาการอื่นร่วม

2. Inflammatory type
เป็นกลไกรุนแรง เชื้อจะทำลายเยื่อเมือกของลำไส้เล็ก และรุกรานผ่านเยื่อเมือกเข้าสู่กระแสเลือดไปทั่วร่างกาย ดังนั้น อาการท้องเสียจึงมักเป็นมูก เป็นเลือด หรือเป็นมูกเลือด และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องมาก อาเจียน มีไข้สูง ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดข้อ และถ้าเกิดจากเชื้อชนิดรุนแรง เช่น เชื้อแบคทีเรียในกลุ่มบาดทะยัก (Clostridium) ซึ่งสารพิษของเชื้อนี้สามารถทำลายประสาทได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต และรวมทั้งกล้ามเนื้อหายใจ ทำให้หายใจไม่ได้ หยุดหายใจ และเสียชีวิตในที่สุด

อาหารเป็นพิษ3

อาการผู้ป่วย

เมื่อเชื้อ หรือสารพิษเข้าสู่ร่างกาย อาการจะออกช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ บางรายพบเร็วสุดตั้งแต่ 2-6 ชั่วโมง ไปจนเป็นวัน สัปดาห์ หรือนานเป็นเดือน (เช่น ในไวรัสตับอักเสบเอ) แต่โดยทั่วไปมักเกิดอาการภายใน 2-6 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน เป็นส่วนใหญ่หลังการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำที่มีเชื้อ หรือสารพิษเข้าไป อาการของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระ ปวดหัว คอแห้งกระหายน้ำ อาจมีไข้ร่วม การช่วยเหลือเบื้องต้น ควรให้สารละลายเกลือแร่โออาร์เอส (ORS) หรืออาหารเหลวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการต่างๆ ข้างต้นไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

วิธีป้องกัน

1. ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ จะช่วยลดการแพร่เชื้อท้องเสียระหว่างคนต่อคนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร

อาหารเป็นพิษ4

2. การเลือกวัตถุดิบที่ถูกสุขลักษณะ ผักผลไม้ควรเลือกที่สด สะอาด เสียเวลาในการเลือกนานขึ้น แต่สบายใจเมื่อนำมารับประทาน

3. ล้างผักผลไม้ และภาชนะให้สะอาด ผักผลไม้ต้องล้างผ่านน้ำหลายๆ ครั้ง แช่ในน้ำเกลือ หรือน้ำผสมเบกกิ้งโซดา ส่วนภาชนะต้องต้องล้างให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุง และควรใช้ช้อนกลางขณะรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

อาหารเป็นพิษ5

4. แยกอาหารดิบกับสุก เพราะเนื้อสัตว์หลายชนิดจะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย จึงควรแยกออกจากกัน

5. รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ หรือถ้านำมาอุ่นควรทำให้ร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส สังเกตง่ายๆ คือ ถ้าน้ำเดือดแสดงว่าปลอดภัย

6. เก็บอาหารไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เพราะอุณหภูมิที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี คือ 5-60 องศาเซลเซียส ถ้าต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เชื้อโรคจะไม่เจริญเติบโต แต่ไม่ตาย เพราะฉะนั้นอาหารที่เราเก็บไว้ในตู้เย็น ควรอุ่นก่อนรับประทานทุกครั้ง

อาหารเป็นพิษ6

7. ไม่ควรรับประทานอาหารที่ปรุงทิ้งไว้ เพราะอาหารบางชิดบูดเน่าได้ง่าย

8. น้ำดื่มควรต้มให้สุกทุกครั้ง โดยเฉพาะน้ำดื่มตามตู้กดน้ำ ซึ่งอาจไม่ได้มาตรฐาน และมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค

แหมๆ รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมปฏิบัติตามกันด้วยนะคะ เรื่องท้องเสียไม่ใช่เรื่องตลก เพราะมันส่งผลถึงชีวิตเราได้ ที่สำคัญผู้ที่ชอบทานน้ำแข็งก็เสี่ยงเหมือนกัน เพราะบางทีอาจผลิตไม่ได้มาตรฐาน ยังไงก็ดูแลตัวเองกันดีๆ นะ เค้าเป็นห่วง…

อาหารเป็นพิษภาพอ้างอิง

เรียบเรียงโดย : โน้ตตัวที่สี่

โดเรมีฟา คือชื่อของฉัน ไม่ใช่นักดนตรีแต่คือนักเดินทาง ชอบมากที่จะได้ไปท่องโลก เห็นอะไรที่แตกต่างหรือวัฒนธรรมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ่งเป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติจะทำให้รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะได้ใช้ทักษะภาษางูๆปลาๆ ก็สนุกดี ถ้าถามเรื่องกิน ชอบกินมากถึงมากที่สุด กินได้ตลอดเวลา แต่ดันไม่อ้วน ทั้งนี้อยากบอกทุกคนว่า ถ้าได้รู้จักเราแล้วไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน